รวมมือโกลสุดรั่ว เรื่องราวที่สร้างความเจ็บใจให้กับ แฟนบอลอย่างปวดร้าวมากที่สุด ที่ความผิดพลาดนั้น นำไปสู่ความพ่ายแพ้ไปในที่สุด

รวมมือโกลสุดรั่ว ในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังนั้น ก็ได้มีเรื่องราวเหตุการณ์มากมาย ที่น่าจดจำและ เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ ที่ได้เกิดขึ้นมาอย่างมากมายในช่วง 100 ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งเรื่องราวนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่สะเทือน ใจหรือไม่ก็จะเป็นเรื่อง ที่ทำให้บุคคล เป็นที่น่าจดจำ ในช่วงยุคนั้น ซึ่งทำให้บุคคลหรือ บรรดานักเตะเหล่านั้น ได้เป็นซปเปอร์ฮีโร่หรือ ผู้ร้ายในเวลาอันเดียวกันก็เป็นไปได้ ซึ่งท่านเคยนั้น ในช่วงชีวิตหนึ่งของท่าน ถ้าเป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ แล้วละก็จะต้องเคยผ่านหูผ่านตา มาแล้วบ้าง 

ดูบอลฟรี

อย่างประสบการณ์ในชีวิตผมเองนั้น เหตุการณ์ที่น่าติดตาติดใจมากที่สุด ของผมนั่นก็คือ ฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1998 ในแมตซ์ที่ทีมชาติอังกฤษนั้นได้เข้ารอบ Knock out มาเจอกับทีมมหาอำนาจ แห่งฟุตบอลอเมริการใต้ อย่างทีมขาติอาเจนติน่า มือโกลสุดเหนียว

ซึ่งเรื่องราวที่ผมได้จดจำตอนนั้น ก็ได้มีเหตุการณ์ที่ต่างกันสุดขั๋วถึง 2 เหตุการณ์เลยทีเดียว ซึ่งเหตุการณ์แรกนั้น ทำให้ผมเองได้เกิดศรัทธา ในนักฟุตบอลคนนึงเลยอย่าง ไมเคิลโอเว่น ที่สมัยตอนนั้น ได้เล่นให้กับ ทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งตอนบอลโลกที่ฝรั่งเศสนั้น เขาเองเป็นดาวรุ่ง ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว

เขาเองนั้นได้ลากเลี้ยงบอลหลบผู้อาเจนติน่าถึง ครึ่งสนามแล้ว หลุดเข้าไปยิงประตูอย่างสวยงาม ซึ่งเขาเองนั้น ในแมตซ์ที่เจออาเจนติน่า โอเว่นเองนั้น ได้เล่นอย่างยอดเยี่ยมมากยิง 2 ประตูให้อังกฟษเสมอกับ ทีมฟ้าขาวไป 2-2 ซึ่งแมตซ์การแข่งขันดังกล่าวนั้นเอง ทำให้ผมเองนั้น ได้ติดตามไมเคิลโอเว่น มาโดยเตลอดและ ก็ได้มาเป็นสาวกแฟนพันธุ์แท้ ของทีมลิเอวร์พูลอีกด้วย

ซึ่งเรื่องราวของบุคคล ที่ได้สร้างประวัติศาตร์หน้าใหม่เกิดขึ้นนั้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความมุ่งมั่นให้แก่ผมและ ท่านผู้ชมเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ พลังแห่งควมมุ่งมั่นและ คงามพยายามป็นสิ่ง ที่น่าวิเศษยิ่งหนัก ในขณะเดียวกัน การกระทำของบุคคุลคนนึง ดูบอลฟรี

ก็อาจจะส่งผลร้ายกับต่อได้ในระยะยาวเหมือนกันอย่าง เดวิส แบ๊คแฮม ที่ได้เข้าเสียบนัดจนโดนใบแดงในนัด ที่อังกฤษเจอกับทีมชาติอาเจ่นติน่า ซึ่งเขาเองนั้นมีส่วนที่สำคัญ ที่ทำให้ังกฤษแพ้ การยิงจุดโทษกับ ทีมชาติอาเจนติน่า ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาเสียงโห่และ เสียงสาปแช่งมันก็ได้รุ่มล้อม รอบตัวเขาอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่แฟนบอล จะกลับมาศรัทธาเขาได้เหมือนเดิม เหมือนดั่งวันนี้ที่ทางผมเอง ก็อยากจะรวบรวมเรื่องที่ ไม่น่าจะจดจำมากหนักในตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่เป็นตำแหน่งที่ต้อง อาศัยความแน่นอนมากที่สุดในทีม แต่ด้วยความเครียดและ ความกดดันต่างๆ

ก็สามารถทำให้ผ่านเรื่องง่ายๆ ได้เหมือนกัน วันนี้ทางผมเองนั้น ก็อยากให้ท่านได้ดูในมุมมองที่ ตลกปนฮาเพื่อความผ่อนคลายในการรับชม ดังวันนี้ทางผมเองนั้น อยากจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ผู้รักษาประตูสุดรั่ว ซึ่งงผมเองนั้น ก็อยากจะยกตัวอย่างเป็นรายๆ ไปนะครับ 

รวมมือโกลสุดรั่ว เรื่องราวที่ได้รวบรวมประวัติศาสตร์ ในความผิดพลาดของผู้รักษาประตู จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ไปในที่สุด 

มือโกลสุดเหนียว

เริ่มด้วยเหตุการณ์ ฟุตบอล ยูโร 2008 รอบคัดเลือกเลยครับ ในนัดที่ทีมชาติอังอังกฤษได้เจอกับ ทีมชาติโคเอเซีย ซึ่งพอลโรบิสัน ในสมัยนั้นยังเล่นให้กับ ทีมสโมสรฟุตบอล สเปอร์ ได้รับส่งคืนหลังประตูจาก แกรี่เนวิลล์ แบ๊คขวาทีมแมนยู แต่เจ้ากรรมพื้นสนาม ดันขรุขระเสียอีก

จนบอลกระดอน ข้ามขาตัวพอลโรบินสัน ไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งทำให้เจ้าตัวพอลโรบินสันหมดความมั่นใจ ไปมากพอสมควร ตามด้วยเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกปี 2002 ปีที่มีเจาภาพร่วมกันอยู่ 2 ประเทศ คือประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญี่ปุ่นในแมตซ์ที่ ทีมชาติอังกฤษได้เจอกับ ทีมชาติบราซิลในจังหวะ ที่บราซิลได้ลูกตั้งเตะ

ซึ่งตอนนั้นผู้รักษาประตูที่ได้ลงเล่นในทีมชาติอังกฤษนั่นก็คือ เดวิด ซีแมน ซึ่งได้โดน โรนัลดินโญ่ รับอาสายิงฟรีคิกในระยะไกลมาๆ ซ฿่งในจังหวะนั้น ใครๆในสนามก็คิดว่า โรนัลดินโญ่นั้น จะผ่านบอลไปที่กลางประตู มาให้เพื่อนร่วมทีมขึ้นเข้าไปโหม่งทำประตู

แต่ปรากฏว่า สายตาอันเฉียบขาดของ โรนัลดินโญ่นั้น ได้ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเขาเองนั้น ยิงเปิดชิฟบอลไปแบบธรรมดา แต่หารู้หรือไม่ว่า ทิศทางได้เปลี่ยนไปกลายเป็นยิงเปิดแบบ ลักไก่่ ข้ามหัวผู้รักษาประตู ไปแบบน่าเหลือเชื่อ จนทำให้ ซีแมนเองนั้นถึงกับวิ่งกลุ่มหัว ลงดินเลยทีเดียว

ซึ่งส่งผลทำให้อังกฤษแพ้ บราซิล 2-1 ตกรอบแปดทีมไปอย่างน่าเสียมากมากที่สุด คราวนี้มาดูต่ออีกเหตุการณ์ครับ เหตุการณ์ที่ผู้รักษาประตูจอมเฟอะฟะ ที่ใครๆก็รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะทีมลิเวอร์พูล เดวิด เจมส์ แต่ตอนนั้นเขาเองได้ย้ายไปเล่นให้กับทีม แอสตันวิลล่าแล้ว เมื่อเขาเองนั้นรับลูกยิงฟรีคิก

ผ่านจนโดน ดิมัตเตโอ เข้าไปยิงแบบโล่งๆ จนทำให้แอสตันวิลล่าพลาดโอกาส คว้าแชมป์บอลถ้วย เอฟ เอ คัพ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ ส่วนความเฟอะฟ่ะ ต่อมาแหนบอลยุค 80-90 แมตซ์ฟุตบอลโลกในปี 1990 ที่อิตาลีนั้น เรเน่ ไฮกีต้านั้น เจ้าของฉายา ลูกเตะแมงป่องที่ดังไปทั่วดลกนั้น

ในเกมต่อเวลาพิเศษ ที่ทีมชาติแคมเมอรูน เจอกับ ทีมชาติโคลัมเบีย ซึ่ง ไฮตีก้าเองนั้น ได้โชว์ลุกบ้าระห่ำ เลี้ยงบอลจากประตูตัวเองไปหาผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเพื่อหวังทำประตู แต่เขาเองนั้นเลี้ยงบอลไปได้เพียงไม่ถึง 40 หลาไฮตีก้าเองนั้น

ก็ได้โดนผู้เล่นทีมชาติเแคเมอรูน แย่งบอลจากกลางสนามแล้ว เข้าไปยิงประตูอย่างง่ายดาย จนทำให้ทีมชาติโคลัมเบีย ตกโลกฟุตบอลโลกไปในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่การตัดสินใจผู้รักษาประตูเองนั้น ตัดสินใจในจังหวะสำคัญผ่านไป

จนนำไปสู่ความหายนะกับ ทีมไปในที่สุด ดังเช่น สกอตต์ คาร์สัน ที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในนัดแรก แต่นัดแรกนั้นมันออกจะกดดันมากเกินไปหน่อย ในแมตซ์ชี้ชะตาที่ทีมชาติอังกฤษ ต้องมาเจอกับทีม โคเอเซียในบอลยูโรรอบแบ่งกลุ่มในนัดสุดท้าย

อังกฤษแค่ขอเพียงแต้มเดียวก็จะเข้ารอบไปเล่น ฟุตบอลยูโร 2008 ในรอบสุดท้ายได้แล้ว แต่คาร์สันที่ได้รับเกียรติในแมตซ์แรกนั้น เขาเองนั้นได้กดดัน ตัวเองเป็นอย่างมาก เขาเองได้พลาดรับยิงลูกเบาๆ ระยั 30 หลาของผู้เล่นฝ่ายโคเอเซียไม่ได้

จนทำให้เกิดเสียประตูและ แพ้ทีมชาติโคเอเซียไปในที่สุดและ ตกรอบอดไปเล่นฟุตบอล ยูโร 2008 อีกด้วย ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ เป็นอย่ามากที่สุด เพราะที่เข้าประตูไปนั้น เป็นลูกที่ไม่ได้รับยากเย็นอะไรเลยจริงๆ

ซึ่งมันเป็นตราบาปให้แก่คาร์สัน จนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว ซึ่งก็ได้คล้ายกับจังหวะของนายทวารคนนี้ แองเคิลแมน นายประตูของทีมแอสตัน วิลล่าที่ได้รับลูกทุ่มบอล จากเพื่อนร่วมทีม ที่เข้าคิดเองว่าจับบอลอยู่กับเท้าแล้ว แต่ปรากฏว่าจริงๆแล้ว บอลไม่ได้สัมผัสเท้าของเขา บอลเข้าประตูไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

ซึ่งก็ได้สร้างเสียงหัวเราะให้แก่ แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก ถึงขั้นเอาไปเขียนป้ายล้อเลียนกัน ในสนามแมตซ์การแข่งขันกันเลยเชียว และตัวอย่างสุดท้าย ที่ผมเองอยากจะเล่าเหตุการณ์นั้น ก็คือเหตุการณ์ของฟาเบียง บาร์เตซ

ในการแข่งขันบอลถ้วยเอฟ เอ คัพ ที่บาเตียงยืนถือบอลอยู่นั้น เพื่อที่จะเปิดบอลให้แก่เพื่อนร่วมทีม จู่ๆปรากฏว่ามีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเอาหัวชนบอล หลุดมือของบาร์เตซไปและ ก็ได้เข้าไปยิงทำประตูได้สำคัญ ซึงประตูลูกนี้ได้ทำให้แมนยู ตกรอบบอลถ้วย เอฟ เอ คัพ ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด

ซึ่งเหตุการณ์ที่ได้แล้วกล่าวมานั้น มันก็อาจทำให้แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามหัวเราะ สนุกสนานกันไป แต่แฟนบอลเจ้าของเหตุการณ์นั้น นับเป็นเหตุการณืที่เลวร้ายมากที่สุด ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็นับว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ของวงการลูกหนังฟุตบอลเลยทีเดียว